ธนายง

1. ความเป็นมา

  • บริษัท ธนายง จำกัด จดทะเบียนก่อตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 27 มีนาคม 2511 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 5,000,000 บาท เพื่อ ดำเนินธุรกิจด้าน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยกลุ่ม ตระกูลกาญจนพาสน์ กลุ่มตระกูลตั้งจิตนบ และ กลุ่มตระกูลลิปตวัฒน์ โดยมี สำนักงาน ตั้งอยู่ เลขที่ 454 ถนนเยาวราช ตำบล สัมพันธวงศ์ อำเภอ สัมพันธวงศ์ จังหวัด พระนคร ( ปัจจุบันได้ย้ายสำนักงานไป อยู่ที่ 100 -100/1 หมู่ 4 ถนนบางนา-ตราด กม.14 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ) ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ เริ่มก่อตั้งบริษัทจนถึงปี 2532 บริษัทฯยังมิได้ดำเนินโครงการใดๆ ทั้งสิ้น แต่ได้ทยอยซื้อที่ดินเพื่อสะสมไว้ โดยได้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 5 ล้านบาทเป็น 30, 60, 100 และ 200 ล้านบาท ในปี 2513 , 2521 , 2531 และ 2532 ตามลำดับ เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุน ในการซื้อที่ดิน จนกระทั่งในปี 2531 บริษัทฯ ได้เริ่มเปิดโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โครงการแรก คือ “โครงการธนาซิตี้” ซึ่งตั้งอยู่ริม ถนนบางนา – ตราด กม. ที่ 14 ซึ่งเป็นโครงการ ที่ประกอบไปด้วย บ้านเดี่ยว ทาวเฮ้าส์ อาคารชุดพักอาศัย อาคารพาณิชย์และที่ดินเปล่า ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการดำเนินโครงการ
    บริษัทฯ ได้นำกิจการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2534 และต่อมาเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2536 บริษัทฯได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด โดยเปลี่ยนชื่อจากบริษัท ธนายง จำกัด เป็น บริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วจำนวน 3,677.47 ล้านบาท และมีการลงทุนในธุรกิจหลายประเภท โดยได้ดำเนินการตามกลยุทธ์ ของบริษัทฯที่ได้กำหนดไว้คือ การเข้าลงทุนและพัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการขยายตัวของบริษัทฯอย่าง ต่อเนื่องในระยะยาว โดยบริษัทฯและบริษัทย่อยได้มีการลงทุนในธุรกิจประเภทต่าง ๆ ดังนี้
  • 1. การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
  • 2. การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
  • 3. ธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์
  • 4. โครงการสาธารณูปโภค
  • 5. ธุรกิจอื่นๆ เช่น กีฬา ภัตตาคาร การบริการด้านออกแบบ สถาปัตยกรรม และการบริหารอาคารชุด เป็นต้น
  • 6. ด้านการลงทุนในโครงการต่าง ๆ

Link: รายละเอียดในเว็บ gotomanager

“ธนายง”ส่วนผู้ถือหุ้นติดลบมากสุด2.9หมื่นล.

28 พฤศจิกายน 2548 08:32 น.
ตลาดเล็งเพิกถอน บจ.ไม่แก้ปัญหาส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ พร้อมจับตาบริษัทจดทะเบียน 13 แห่ง

สำรวจส่วนผู้ถือหุ้นของบจ.ในกลุ่มรีฮาฟโก้พบมี 13 บริษัทที่ติดลบ “ธนายง”มากสุด 2.3 หมื่นล้านบาท โบรกเกอร์ แนะวิธีแก้เพิ่มทุนกับหากำไรจากการดำเนินธุรกิจและปรับโครงสร้างหนี้มาโปะให้ตัวเลขดูดีขึ้น เชื่อมีบางบริษัทไม่ยอมแก้ปัญหารอให้ตลาดเพิกถอนเอง

จากการสำรวจบริษัทจดทะเบียนกลุ่มฟื้นฟูกิจการ (รีฮาฟโก้) จำนวน 34 บริษัทสำหรับผลประกอบการในงวดไตรมาส 3/48 พบว่ามีบริษัทที่มีส่วนของผู้ถือหุ้นเป็นบวก 21 บริษัท ที่เหลือ 13 บริษัท มีส่วนทุนติดลบประกอบด้วย บริษัทธนายง (TYONG) มีส่วนทุนติดลบ 2.94 หมื่นล้านบาท รองลงมา บริษัทกรุงเทพผลิตเหล็ก (BSI) 1.39 หมื่นล้านบาท บริษัทเซ็นทรัลอุตสาหกรรมกระดาษ (CPICO) 6.68 พันล้านบาท บริษัท เอ็ม ดี เอ็กซ์ (MDX) 5.93 พันล้านบาท บริษัทบางกอกรับเบอร์(BRC) 2.28 พันล้านบาท บริษัท ไทยวา (TWC) 1.77 พันล้านบาท บริษัทสหมิตรถังแก๊ส (SMPC) 1.19 พันล้านบาท

บริษัทประสิทธิพัฒนา (PYT) 0.66 พันล้านบาท บริษัทสยามอุตสาหกรรมการเกษตร สับปะรดและอื่น ๆ (SAICO) 0.56 พันล้านบาท บริษัทผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล (POMPUI) 0.40 พันล้านบาทบริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป (MGR) 0.28 พันล้านบาท บริษัท เอเชียโฮเต็ล (ASIA ) 0.19 พันล้านบาท บริษัทพรีเมียร์ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เทคโนโลยี (PE&T)0.04 พันล้านบาท

ในทางตรงกันข้าม บริษัทที่มีส่วนผู้ถือหุ้นเป็นบวกมากที่สุด 5 อันดับแรกประกอบด้วย บริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย(TPI) มีส่วนผู้ถือหุ้น 2.59 หมื่นล้านบาท รองลงมา บริษัทปุ๋ยแห่งชาติ (NFC) 2.47 พันล้านบาท บริษัทบางกอกแร้นช์ (RANCH) 1.85 พันล้านบาท บริษัททุ่งคาร์ฮาเบอร์ (THL) 1.12 พันล้านบาท และบริษัทไทย พร็อพเพอร์ตี้ (TPROP ) 0.86 พันล้านบาท

จากข้อมูลโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุด พบว่า มีธนาคารเป็นถือหุ้นอยู่ด้วย 5 บริษัท โดย บริษัทกรุงเทพผลิตเหล็กมี ธนาคารกรุงเทพ ถือหุ้น 7.07 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.42 % บริษัทประสิทธิพัฒนา มีธนาคาร กรุงศรีอยุธยา ถือหุ้น 68.25 ล้านหุ้น คิดเป็น 15.76% ธนาคารกรุงเทพ 36.57 ล้านหุ้น คิดเป็น 8.45% ธนาคารกสิกรไทย 1.5 ล้านหุ้น คิดเป็น 5% บริษัทแมเนเจอร์ ธนาคารกสิกรไทย 98.02 ล้านหุ้นคิดเป็น16.34 % ธนาคารกรุงไทย 70.36 ล้านหุ้น คิดเป็น 11.73 % ธนาคารทหารไทย 43.42 ล้านหุ้นคิดเป็น 7.24% และธนาคารไทยธนาคาร ถือหุ้น 13.74 ล้านหุ้นคิดเป็น 2.29%

นายสุกิจ อุดมศิริกุล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.พัฒนสิน กล่าวว่า บริษัทที่มีส่วนผู้ถือหุ้นติดลบหากภายในผลประกอบการงวดสิ้นปี 2548 ไม่มีการดำเนินการแก้ไขปัญหา ก็จะถูกเพิกถอนจากการเป็นบริษัทจดทะเบียน ซึ่งเชื่อว่ามีบางบริษัทจะถูกเพิกถอน เพราะไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

สำหรับแนวทางที่จะทำให้ส่วนทุนเป็นบวกขึ้นมาได้ มี 2 แนวทาง คือ การเพิ่มทุนให้ส่วนทุนเพิ่มขึ้นและการทำให้กำไรสุทธิประกอบธุรกิจเพิ่มขึ้น หรือนำส่วนของกำไรจากการปรับโครงสร้างนี้มาหักล้างขึ้นอยู่กับบริษัทจะเลือกวิธีทำ

“คงมีบางบริษัทที่อยู่ระหว่างดำเนินการและส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งตามเกณฑ์ตลาดจะรอดูผลประกอบการในงวดปีซึ่งยังพอมีเวลา แต่อาจมีบางบริษัทไม่ยอมแก้ปัญหา และก็คงจะให้ตลาดหลักทรัพย์เพิกถอนไปตามข้อบังคับ” นายสุกิจกล่าว

  ธนายง หวนคืนวงการอสังหาฯ ฟื้นธนาซิตี้รับ สุวรรณภูมิ
โดย ประชาชาติธุรกิจ วัน จันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 02:07 น.
 
  ออกจากแผนฟื้นฟูไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับบริษัท ธนายง จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2549 ที่ผ่านมา กำลังเป็นที่จับตามองว่า หลังจากที่ธนายงหลุดพ้นจากบ่วงหนี้ 66,000 ล้านบาทนี้แล้ว ธนายงจะวางแผนทางธุรกิจยังไงต่อไป หลังจากที่เงียบหายไปเกือบ 10 ปีคีรี กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทธนายงบอกว่า หลังจากที่ออกจากแผนฟื้นฟู จะยังลุยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เหมือนเดิมเมื่อกลับมาแล้ว จะทำอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวและเป็นประโยชน์ เพื่อเป็นการตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น

ขณะนี้กำลังดูว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้างและจะเริ่มจากตรงไหนก่อน รวมถึงการแก้ไขจุดแข็งจุดอ่อน

ขณะที่ในความคิดของ คีรี มองว่า ธนายงยังมีโอกาสทางธุรกิจอสังหาฯอยู่สูง แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนครอบครัวใหม่ จากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้น แต่โอกาสยังมีอยู่อย่างแน่นอนในโลกนี้

ที่ดินเรามีอยู่เยอะ แต่น่าเสียดายที่เราไม่มีที่ดินในมือตอนนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเลย แต่ผมกำลังเจรจาจะซื้อคืนมา จากแบงก์เจ้าหนี้ กำลังไล่ตามอยู่ ซึ่งผมก็จำไม่ได้ว่ามีที่แปลงไหนและที่ไหนบ้าง ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ เราจะมีที่ดินในมือเป็นหลักหมื่นล้านบาท แต่ที่จำได้ มีที่ดินตรงสถานีพญาไท ฝั่งเดียวกับพญาไทพลาซ่า อยู่ติดกับแบงก์ทหารไทยเดิม ตอนนี้อยู่ที่แบงก์ ผมกำลังจะเจรจาซื้อคืนมา เพื่อมาพัฒนาอสังหาฯ

นอกจากที่ดินตรงพญาไทแล้ว คีรี บอกว่ายังมีแผนจะพัฒนาที่ดินย่านบางนา-ตราด โครงการธนาซิตี้ อยู่ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ยังมีที่ดินเปล่าเหลืออยู่อีกกว่า 100 แปลง จากพื้นที่ทั้งโครงการ 1,600 ไร่ ซึ่งได้มีการพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม โรงแรมระดับหรู คลับเฮ้าส์ สนามกอล์ฟและสโมสรไปแล้ว

ซึ่งโปรเจ็กต์ใหม่ คีรี มีแผนจะทำเป็นบ้านเดี่ยวและโรงแรมระดับ 5 ดาว รองรับกับการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ โดยร่วมทุนกับพันธมิตรต่างชาติ คาดว่าใช้เงินลงทุนประมาณ 5,000 ล้านบาท

เป็นการพลิกฟื้นของเก่าที่มีอยู่ในมือให้รับกับสถานการณ์ปัจจุบันให้มีความลงตัวยิ่งขึ้น

Advertisement

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Connecting to %s


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.